Untitled Document
   
 


  BUONO ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ หรือโคเด็กซ์ (CODEX) เพื่อให้สมาชิกทั่ว โลกใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ตามข้อกำหนดดังนี้
1. สถานที่ประกอบการผลิตต้องสะอาด อยู่ในที่ที่จะไม่ทำให้อาหารที่ผลิตเกิดการปนเปื้อนได้ง่าย มีการแยกบริเวณผลิตอาหารออกเป็นสัดส่วน

    มีการระบายอากาศและให้แสงสว่างเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน

2. เครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต ต้องทำจากวัสดุที่ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหารอันอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

3. มีการควบคุมกระบวนการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพดี มีการล้างหรือทําความสะอาดตามขั้นตอน การตรวจรับวัตถุดิบและส่วนผสม

    ในการผลิตอาหาร การขนย้าย การจัดเตรียม การผลิต การบรรจุการเก็บรักษาอาหารและการขนส่ง

4. การสุขาภิบาล น้ำที่ใช้ภายในโรงงานต้องเป็นน้ำสะอาด ห้องน้ำห้องส้วมถูกสุขลักษณะ เพียงพอสำหรับผู้ปฏิบัติงาน มีอ่างล้างมือหน้าห้องส้วมและ

    ทางเข้ากระบวนการผลิต มีสบู่เหลวสําหรับล้างมือและน้ำยาฆ่าเชื้อ มีการป้องกัน กำจัดสัตว์และแมลง มีทางระบายน้ำทิ้ง มีระบบกำจัดขยะมูลฝอย

5. มีการบำรุงรักษาและทำความสะอาดเครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต ทั้งก่อนและหลังการผลิต มีการจัดเก็บสารเคมี

    แยกจากบริเวณทีเก็บอาหารและมีป้ายระบุอย่างชัดเจน

6. บุคลากรทีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตได้รับการดูแลรักษาสุขภาพและความสะอาดส่วนบุคคล รวมทั้งการฝึกอบรม เพื่อพัฒนา

    จิตสํานึกและความรู้ในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและเหมาะสม



     BUONO ได้รับการรับรองมาตรฐานตามระบบ HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) ซึ่งหมายถึงการวิเคราะห์อันตราย จุดควบคุมวิกฤต

เป็นแนวคิดเกี่ยวกับมาตรการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนของการดำเนินกิจกรรมใดๆโดยมีกระบวนการดำเนินงานเชิงวิทยาศาสตร์คือมีการศึกษา

ถึงอันตราย หาทางป้องกันไว้ล่วงหน้ารวมทั้งมีการควบคุมและเฝ้าระวัง เพื่อให้แน่ใจว่ามาตรการป้องกันที่กำหนดขึ้นนั้น มีประสิทธิภาพตลอดเวลา

ซึ่งผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของ BUONO ปลอดภัยต่อการบริโภค

ไม่มีอันตราย ที่เกิดจากปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ พยาธิ

ไม่มีอันตราย จากสารเคมีสามารถปนเปื้อนลงไปในอาหาร

ไม่มีอันตราย ที่เกิดจากสิ่งแปลกปลอม เช่น เศษโลหะ เศษแก้ว เศษไม้ เป็นต้น


หลักการสำคัญของระบบ HACCP 7 ประการ


หลักการที่ 1 การวิเคราะห์อันตราย

จากผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ที่อาจมีต่อผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย แบ่งออกเป็น อันตรายทางชีวภาพ อันตรายทางเคมี และอันตรายทางกายภาพ โดยการประเมินความรุนแรง

และโอกาสที่จะเกิดอันตรายต่าง ๆ ในทุกขั้นตอนการผลิต จากนั้นจึงกำหนดวิธีการป้องกัน เพื่อลดหรือขจัดอันตรายเหล่านั้น

อันตรายทางชีวภาพ คืออันตรายต่างๆ ที่เกิดจากปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ พยาธิ

อันตรายทางเคมี สารเคมีสามารถปนเปื้อนลงไปในอาหารตั้งแต่การผลิตเบื้องต้น ซึ่งเริ่มตั้งแต่การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การดูแลรักษา หลังการเก็บเกี่ยว

การขนส่ง การผลิตหรือการแปรรูป การบรรจุ การเก็บรักษา การขนส่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งสารเคมีต่างๆ ที่ปนเปื้อนเหล่านี้จะมีผลต่อความปลอดภัย และสุขภาพของผู้บริโภค

อันตรายทางกายภาพ หมายถึง อันตรายที่เกิดจากสิ่งแปลกปลอม ที่ไม่ได้เป็นส่วนประกอบของอาหารและปกติจะไม่พบในอาหาร เมื่อบริโภคเข้าไปแล้วทําให้เกิดอันตราย

ต่อร่ายกายและสุขภาพของผู้บริโภค เช่น เศษ โลหะ เศษแก้ว เศษไม้ ทําให้ระบบทางเดินอาหารเป็นแผล หรือเป็นอันตรายเป็นต้น


หลักการที่ 2 การกำหนดจุดควบคุมวิกฤต (Critical Control Point: CCP)

ในกระบวนการผลิตจุดควบคุมวิกฤต หมายถึง ตำแหน่งวิธีการ หรือขั้นตอนในกระบวนการผลิตซึ่งหากสามารถควบคุม ให้อยู่ในค่า หรือลักษณะที่กำหนดไว้ได้แล้ว

จะทำให้มีการขจัดอันตรายหรือลดการเกิดอันตรายจากผลิตภัณฑ์นั้นได้


หลักการที่ 3 การกำหนดค่าวิกฤต ค่าวิกฤตอาจเป็นค่าตัวเลข หรือลักษณะเป้าหมายของคุณภาพ ด้านความปลอดภัย ที่ต้องการของผลผลิต ณ จุดควบคุมวิกฤต

ซึ่งกำหนดขึ้นเป็นเกณฑ์สำหรับการควบคุม เพื่อให้แน่ใจว่าจุดควบคุมวิกฤต อยู่ภายใต้การควบคุม


หลักการที่ 4 ทำการเฝ้าระวัง โดยกำหนดขึ้น อย่างเป็นระบบมีแผนการตรวจสอบ หรือเฝ้าสังเกตการณ์ และบันทึกข้อมูลเพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่า

การปฏิบัติงาน ณ จุดควบคุมวิกฤตมีการควบคุม อย่างถูกต้อง


หลักการที่ 5 กำหนดมาตรการแก้ไข สำหรับข้อบกพร่องและใช้มาตรการนั้นทันที กรณีที่พบว่า จุดควบคุมวิกฤตไม่อยู่ภายใต้ การควบคุมตามค่าวิกฤต ที่กำหนดไว้


หลักการที่ 6 ทบทวนประสิทธิภาพ ของระบบ HACCP ที่ใช้งานอยู่รวมทั้งใช้ผล การวิเคราะห์ทดสอบ ทางห้องปฏิบัติการเพื่อประกอบการพิจารณา ในการยืนยันว่าระบบ

HACCP ที่ใช้อยู่นั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ได้


หลักการที่ 7 จัดทำระบบบันทึก และเก็บรักษาข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละชนิดไว้ เพื่อเป็นหลักฐาน ให้สามารถค้นได้เมื่อจำเป็น