Untitled Document
   
 


  IFS หรือ International Food Standard เป็นมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศเพื่อให้การผลิตอาหารปลอดภัย (food safety) กำหนดขึ้นโดยผู้ค้าปลีกแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน (HDE) และผู้ค้าปลีกค้าส่งแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (FCD) โดยบังคับให้โรงงานผู้ผลิตอาหารที่ต้องการส่งสินค้าเข้าไปจำหน่ายในห้างผู้ค้าปลีกของประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี และ สหภาพยุโรปบางประเทศต้องจัดทำระบบนี้ IFS เป็นมาตรฐานที่ประกอบด้วยหลายๆมาตรฐานรวมกันได้แก่ ISO 9001 GMP HACCP แต่จะมีข้อกำหนดพิเศษเฉพาะเจาะจงสำหรับความต้องการจากกลุ่มผู้ค้าปลีกโดยเฉพาะ เช่น ข้อกำหนดเรื่องการใช้เครื่องตรวจจับโลหะและสิ่งแปลกปลอม การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)ในหลายกิจกรรมและกระบวนการ เป็นต้น


1. ความรับผิดชอบองผู้บริหารการจัดการระบบคุณภาพ (Senior Management Responsibility)

แบ่งออกเป็น 4 ส่วน Corporate policy/Corporate principle, Corporate structure, Customer Focus และManagement Review ซึ่งองค์กรต้องแสดงให้เห็นถึงความ รับผิดชอบในการพัฒนาและปฏิบัติตามระบบการบริหารจัดการคุณภาพ, ความรับผิดชอบต่อ นโยบายและวัตถุประสงค์ขององค์กร, การทบทวนระบบบริหารจัดการคุณภาพขององค์กรโดย ผู้บริหารระดับสูง รวมถึงกําหนดความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าที่สามารถชี้วัดได้


2. ระบบบริหารงานคุณภาพ (Quality Management System)

องค์กรต้องดําเนินการจัดทําระบบ HACCP และการนําไปประยุกต์ใช้ ได้แก่ การจัดตั้งทีมงาน HACCP การวิเคราะห์ อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม, จัดทําคู่มือคุณภาพ (General Quality Manual), ระเบียบ ปฏิบัติหรือขั้นตอนการดําเนินงาน (Procedures), ข้อกําหนดด้านเอกสารและการเก็บรักษาบันทึกต่างๆ


3. การจัดการทรัพยากร (Resource Management)

องค์กรต้องจัดสาธารณูปโภค พื้นฐานที่จําเป็นและสภาพแวดล้อมในการทํางานให้เหมาะสมสอดคล้องกับการปฏิบัติงานของพนักงาน, พนักงานจะต้องได้รับการฝึกอบรมตามหน้าที่ และกิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย, พนักงานหรือผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงผู้เยี่ยมชมและผู้รับจ้างที่จะเข้าสู่บริเวณผลิตอาหารจะต้อง ปฏิบัติตามระเบียบได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้องค์กรต้องจัดให้มีสิ่งอํานวยความสะดวก และระเบียบปฏิบัติให้กับพนักงาน เช่น ห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ทางเข้า-ออก อุปกรณ์ และ บริเวณที่ล้างมือ เป็นต้น


4. การผลิตผลิตภัณฑ์ (Product Process)

องค์กรต้องมีระเบียบปฏิบัติในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เริ่มตั้งแต่ การทบทวนความต้องการของลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์, ระบุข้อกําหนดของผลิตภัณฑ์ (product specifications) ที่ลูกค้าต้องการ, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยใช้หลัก HACCP, การจัดซื้อ, บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม, การเฝ้าระวังการปฏิบัติงานของผู้ส่ง มอบ (supplier), มาตรฐานสภาพแวดล้อมของโรงงาน, การจัดเก็บ (วัตถุดิบอุปกรณ์ สารเคมี) และสุขลักษณะของโรงงาน, การกําจัดขยะ, การควบคุมแมลงและสัตว์พาหะ, การหมุนเวียน สต็อก, การขนส่ง, การบํารุงรักษา การสอบเทียบ (Calibration) และทวนสอบ (Validation) เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตและตรวจวัด, การสืบย้อนกลับข้อมูลทั่วไป (General Traceability) และผลิตภัณฑ์ดัดแปรพันธุกรรม (GMO) รวมไปถึงความเสี่ยงจากอาหารที่ก่อให้เกิดการแพ้ (Food Allergen)


5. การวัดค่า การตรวจวิเคราะห์ และการปรับปรุง (Measurements, Analyses, Improvements)

ซึ่งมีกิจกรรมที่จะต้องดําเนินการประกอบด้วย การตรวจติดตามภายใน (Internal Audit), การควบคุมกระบวนการผลิต อุณหภูมิและเวลาของการผลิตผลิตภัณฑ์, การ ควบคุมปริมาณโดยตรวจสอบอุปกรณ์ในการตรวจวัด, การประเมินความเสี่ยงจากการปนเปื้อน ทางกายภาพและเคมีของผลิตภัณฑ์, การตรวจจับโลหะและสิ่งแปลกปลอม, การตรวจปล่อย ผลิตภัณฑ์, การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์, ระเบียบปฏิบัติในการเรียกคืนผลิตภัณฑ์และการแก้ไข (Corrective action)